<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อใช้งบกองทุนไฟฟ้า600ล.สร้างการรับรู้ประชาชนเกี่ยวกับพลังงานสะอาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค. 2562 - นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ส่วนหนึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ คามตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า นอกเหนือจากการสนับสนุนการให้บริการไฟฟ้าไปยังท้องที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง กระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่น และพัฒนาชุมชนในท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า โดยในปี 2563 กกพ. ได้เตรียมบประมาณในการดำเนินงานส่วนของการประชาสัมพันธ์ไว้ที่ 600 ล้านบาท ผ่านโครงการต่างๆ เพื่อการสร้างการรับรู้ด้านพลังงานสะอาดได้เป็นอย่างดี โดยในปีหน้าจะเพิ่มพลังงานชีวมวลและพลังงานชีวภาพเข้าไปในโครงการเพื่อรองรับนโยบายของกระทรวงพลังงานในเรื่องของโรงไฟฟ้าชุมชนด้วย

ขณะที่ในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมาได้กำหนดกรอบวงเงินสำหรับการจัดสรร จำนวน 685 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้&amp;rdquo; โดยกำหนดประเด็นการสื่อสารเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และพลังงานไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งแบ่งรูปแบบการจัดสรร ได้แก่ 1. การเปิดรับข้อเสนอโครงการแบบทั่วไป(โอเพ่น แกรนท์) กรอบวงเงิน 200 ล้านบาท 2.การเปิดรับข้อเสนอโครงการเชิงยุทธศาสตร์ กรอบวงเงิน 485 ล้านบาท

ทั้งนี้ กกพ. ได้อนุมัติการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า ประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมีผู้ได้รับการอนุมัติรวม 18 โครงการ งบประมาณรวมกว่า 463 ล้านบาท ซึ่งผู้ได้รับการจัดสรร ได้ลงนามในสัญญาหรือบันทึกข้อตกลง และได้เริ่มดำเนินโครงการแล้ว ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้สร้างความตื่นตัว กระแสการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลให้ประชาชนได้รับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่า และความสำคัญของพลังงานทดแทนที่เกิดจากแหล่งพลังงานสะอาดตามเป้าหมายตลอดระยะเวลา 120 วันที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., พลังงานสะอาด, เสมอใจ  ศุขสุเมฆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb177d85193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2019 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2019 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.เล็งปรับเงื่อนไขการใช้เงินกองทุน เปิดทาง อบต. ร่วมบริหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2562 นายเสมอใจ &amp;nbsp;ศุขสุเมฆ &amp;nbsp;ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเปิดงานโครงการ&amp;quot;ไฟ จาก ฟ้า&amp;quot; ที่ร่วมจัดงานกับหน่วยงานภาคี อาทิ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ว่าได้ร่วมหารือกับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยได้รับนโยบายให้พิจารณาแนวทางการอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าให้เหมาะสมและเข้าถึงชุมชนมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องมีการปรับวิธีาการใช้เงินจากเดิม โดยกองทุนระดับ ค. ที่เป็นกองทุนขนาดเล็ก เตรียมจะเสนอให้การบริหารงานขึ้นอยู่กับองค์การบริหารส่ในตำบล(อบต.)เลย จากเดิมที่ กกพ. เป็นผู้ดูแล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเป็นกองทุนที่เงินไม่เยอะ งบบริหารไม่สูงมาก ซึ่งถ้าให้ อบต. เป็นผู้ดูแลจะเข้าถึงชุมชนได้ได้ง่ายการให้ กกพ. มาบริหารเอง ขณะที่กองทุนระดับ ข. และ ก. ที่เป็นกองทุนขนาดใหญ่ จะเสนอให้มีการเพิ่มการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เพิ่มด้วย โดยเฉพาะพัฒนาการศึกษาในชุมชนรอบโรงไฟฟ้า และดูแลด้านสุขภาพ รวมถึงการให้ใช้ไฟฟ้าฟรีด้วย โดยจะต้องมีการคำนวนว่าจะกำหนดนโยบายอย่างไร และปรับปรุงให้ชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นจะดูแนวทางทั้งช่วยค่าไฟทั้งหมด หรืออาจช่วยค่าไฟบางส่วน และเน้นช่วยกลุ่มที่อยู่ใกล้โรงไฟฟ้ารัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร(กม.)ก่อน คาดว่าจะใช้เวลาศึกษาเร่งทำแผนให้เสร็จเร็วที่สุดไม่เกิน 1 เดือนจากนี้&amp;quot;นายเสมอใจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสมอใจกล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนฯตามมาตรา 97(3)ที่เน้นดูแลชุมชนรอบโรงไฟฟ้านั้นมีอยู่3ขนาดเล็ก รัศมี 1 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 1 ล้านบาท ปัจจุบันมีกว่า 400 กองทุน ขนาดกลางรัศมี 3 กม.วงเงิน 1 ล้านบาท-ไม่เกิน 50 ล้านบาท มี 73 กองทุน และขนาดใหญ่รัศมี 5 กม. 50 ล้านบาทขึ้นไป มี 13 กองทุน เงินไหลเข้ากองทุนฯปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท และมีการใช้เงินช่วยเหลือประมาณ 90%ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการเปิดโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เป้าหมายเบื้องต้น 100 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ จากเป้าหมาย 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 10 ปีตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ 20 ปี(พีดีพี2018) ล่าสุดมีประชาชนสนใจติดตั้งแล้วรวม 1,924 ครัวเรือน คิดเป็นปริมาณไฟฟ้ารวม 9,577 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 9.5 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 10% จากเป้าหมาย โดยประชาชนที่ขอติดตั้งแบ่งเป็นตัวเลขจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) 1,466 ครัวเรือน ปริมาณไฟฟ้า 2,247 กิโลวัตต์ และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) 458 ราย ปริมาณไฟฟ้า 7,330 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42602</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., การใช้เงินกองทุน, ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, เสมอใจ  ศุขสุเมฆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190803/image_big_5d44f7dfac88e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
